2007/Jul/28

14 - 15 ก.ค. 2550

2 วันแห่งความทรงจำของเราอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ยอมรับว่า เหนื่อย เหนื่อยมากเลยเหอะ การมาครั้งนี้ของพวกนาย ทำให้เราเหนื่อยที่สุด อย่าไปพูดถึงมันดีกว่า

ความจริง ป๋าฮัน มาตั้งแต่วันที่ 13 ละ เราก็ไป แต่พลาด..... อันนี้ก็อย่าไปพูดถึงมันเลย วันนี้เรารู้สึกเหนื่อยมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ลุ้นกับเรื่องบัตร UF และบัตรงานมีต งานนี้ทำให้เรารู้สึกอะไรหลาย ๆ อย่าง กับคนหลาย ๆ คน ท้อมาก ๆ กับการส่ง sms เพื่อจะเข้างานมีต แต่ด้วยดวงผู้ชายดีเด่น ทำให้เราได้มาแบบฟลุ๊คมาก ทั้งที่ได้ข่าวว่าเส้นเยอะเหลือเกิน

วันที่ 14 เป็นการเริ่มเดินทางตามผู้ชายวันแรก นัดเจอน้อง ๆ ที่ รร.ดุสิต สถานที่แรกที่ไปคือ RCA น่าจะไปดูสถานที่กันมั้ง เพราะถ้าลงไปซ้อมมีหวังโดนทึ้งแหง ๆ สถานที่จัดงานยังกะงานวัด ทรูจัดงานได้สุดยอดแห่งความแย่เหอะ ไม่อยากจะด่ามันละ

เราก็ไปยืนๆ เกาะข้าง ๆ รถ แต่ด้วยความสูงที่มีน้อยนิดของตัวเอง มันต้องหาตัวช่วย แล้วเราก็มองเห็นไอ้ตรงที่เค้าปลูกต้นไม้ ที่โบกปูนขึ้นมาสูง ๆ อะ ก็ไปยืนอยู่ตรงนั้น มุมที่เรายืนก็จะเป็นฝั่งคนขับ คนที่นั่งฝั่งนี้ ทึกกี้ คิบอม ชีวอน ทงเฮ และก็เป็นปกติ ทึกกี้ นางงามมิตรภาพอีกแล้ว เล่น โบกมือ ยิ้ม all the time เป็นคนดีที่สุดแล้ว แล้วก็คอยมองแฟนคลับที่อยู่ข้าง ๆ รถด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลา แรก ๆ เราก็ยังพยายามจะถ่ายวีดีโอ หลัง ๆ ไม่เอาแล้ว ชูป้ายเล่นละกัน แล้วในที่สุด รถเคลื่อนถอยหลัง คิบอมมาอยู่ตรงกะเราพอดี เห็นป้ายแล้ว มองเห็นแล้วว่าเค้ามองอยู่ ทั้งคิบอม ทั้งอีช้อย เห็นว่ามอง เห็นว่าทำปากขมุบขมิบ อ่านป้าย เหอะ เหอะ จะว่าเข้าข้างตัวเองมั้ย ชั้นเห็นมันอ่านป้ายชั้น ก็ตรงนั้นเรายืนเด่นเป็นสง่าอยู่คนเดียว และสูงด้วยเหอะ 55 ภารกิจแรก สำเร็จ เห็นป้ายเราแล้ว

ออกจาก RCA ก็ไปอิมแพ็คต่อ อันนี้เราวิ่งไม่ทันละ กว่าจะวิ่งไปถึงก็เดินเข้าตึกกันจะหมดแล้ว ไปซ้อมกันชัวร์ เพราะได้ยินเพลง แฮงบกกันเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็กลับ รร.

ตอนเย็นออกไปงาน UF ที่ RCA ด้วยพื้นที่และจำนวนคนที่มันไม่บาลานซ์กันแม้แต่นิดเดียว ทำให้เราต้องไปยึดพื้นที่หน้าจอด้านนอก จะให้เข้าไปเบียดคนเพื่อจะไปหน้าเวทีมันเป็นอะไรที่ลำบากมากสำหรับเรา แต่ก็ดีแล้วที่ไม่เข้าไป ข่าวว่าเหยียบกันจะตาย หลายคนเป็นลมกันเลย งานนี้ SJ ร้องเต้นกัน 3 เพลง (ใช่มั้ย?)

ออกจาก RCA เป็นการไปเซอร์ไพรส์ AF ที่อิมแพ็ค กว่าจะเข้าไปได้ เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นไม่อยากจะพูดถึงมันละ ปล่อยให้มันหายไปกับสายลมดีกว่า

ในอิมแพ็ค ตรงที่เรายืนมันเป็นด้านหลังเวที ก่อนที่เอสเจจะขึ้นโชว์ก็จะเป็นโชว์ของนักล่าฝัน AF 4 ซึ่งเราไม่รู้จัก 55 ก็ยืน ๆ เมาส์ ๆ กันกับน้องที่ไปด้วยกัน พอเอสเจขึ้นเท่านั้นแหละ เบียดกันเข้าไปเหอะ แฮงบก 3 นาทีกว่า ๆ ที่เรามองเห็นแต่ตูด ๆ ของเอสเจ ทำให้เรามีความสุขมากกว่ายืนมองผ่านจอที่ RCA อีก และสุดท้ายด้วยการหันมาเล่นของอีช้อย อีนี่ มาขโมยเสียงของเราไป

จบงานรีบหาทางออกจากฮอลล์ให้ได้ แล้วก็วิ่งไปข้าง ๆ รถ หามุมยืนกัน นาทีนี้ทำให้เราได้ยืนฝั่งป๋าฮัน ในที่สุดก็ได้เห็นป๋าแบบ ไพรเวทแล้ว ป๋านั่งฟังเพลง แล้วก็หันมาโบกมือ และยิ้มให้ด้วย ทำเอาเราเสียสติ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในขณะที่น้องอีกคนวิ่งตามรถไปแล้ว กว่าสติจะมาก็เพราะเสียงโทรศัพท์ที่โทรตาให้กลับไปขึ้นรถด่วน

และรถตู้ของเราก็มาจอดหน้ารถของเอสเจ ทำให้เราวิ่งลงมายืนรอรับเสด็จได้อีกครั้ง และก็ได้ยืนฝั่ง ป๋าฮัน อเกน โอย ไม่ไหวแล้ว น่ารักมากมาย รอยยิ้มนั้นหนะ จะจำเอาไว้ เสร็จภารกิจของวันนี้ กลับไปนอนเพื่อวันพรุ่งนี้

15 ก.ค. 2550

ในฐานะที่ได้เข้างานมีต เค้าให้มารายงานตัว 9.00 - 10.00 น. แต่ชั้นลืมตาขึ้นมา นาฬิกามันบอกเวลา 8.30 น. เวรแล้ว..... รีบอาบน้ำแต่งตัวกว่าจะไปถึงสยาม ก็ 9 โมงกว่า ไปหาหางแถวที่เค้ายืนกัน แม่เจ้า เดินวนเกือบจะรอบสยามดิสเลยเหอะ ยืนนานมาก จนใกล้เวลา เจ้าหน้าที่เริ่มทำให้เร็วขึ้นโดยการแยกจากแถวเดียวเป็น 3 แถว กว่าจะผ่านด่านการตรวจที่บอกว่าเข้มงวดมาก (เหรอ?) รายชื่อของเราเป็นคนที่ 500 ก็ธรรมดาละ ทุกงาน ชื่อชั้นขึ้นต้นด้วย อ. อ่าง ก็มันจะได้เกือบสุดท้ายทุกที แล้วเราก็ผ่านขึ้นไปถึงโรงหนังโดยปลอดภัยดี ได้นั่งแถว D เลขที่ 26 เกือบยอดดอย ก่อนที่เอสเจจะมาก็มี VJ ของทรู (มั้ง) มาพูด บลา บลา บลา แล้วก็ซ้อม ๆ กันว่าถ้าเอสเจมาจะทำยังไงบ้าง มีเล่นเกมส์ ของแฟนคลับ ทึกกี้ และเรียวอุค คนที่ชนะจะเป็นคนได้ถือเค้กไปให้ทั้ง 2 คนเพราะเพิ่งผ่านวันเกิดกันมา และก็มีการสัมภาษณ์พวกที่ประมูลแบนเนอร์ได้ 12 คน

ได้เวลาที่เอสเจขึ้นมา ทุกคนก็พูด อันยองฮาเซโย ซารางเฮโย พร้อมกับทำท่าซาราง ที่เค้านัดกันเอาไว้ แล้วก็เริ่มงานด้วยการมอบเงินให้มูลนิธิบ้านครูน้อย ให้คนที่ประมูลแบนเนอร์ได้ขึ้นไปถ่ายรูป มอบเค้ก แล้วก็เริ่มการแจกลายเซน

ตำแหน่งการนั่งของเอสเจ

ซองมิน ทึกกี้ ทงเฮ ชีวอน เรียวอุค คิบอม อึนฮยอก เยซอง

ทุกคนน่ารักมากเหอะ เล่นตลอด เรียกชื่อใครก็หันมาเล่นตลอดเลย เราไม่รู้ว่าระยะเวลาที่ได้อยู่ในโรงหนังมันนานเท่าไหร่ แต่ว่ามีความสุขมาก ๆ แม้จะได้ลายเซนน้องอุคมา เยซอง ที่เป็นคนดีมาก ยื่นมือเอาไว้ตลอด เราว่าคงไม่มีใครไม่ได้จัมือกับเยซอง ฮยอกในตอนที่เราเดินขึ้นไป ดันก้มลงไปจับโบว์ที่ผูกอยู่ ทำให้เราไม่ได้จับมือกัน แต่จุดหมายของเราอยู่ที่คิบอม ไปถึงก็เรียก พร้อมกับโชว์ป้าย คิบอมยิ้มจนตาหยี พร้อมกับพยักหน้ารับ แต่การ์ดมันก็เดินมาเรียกให้เราไปยืนในตำแหน่งของน้องอุค นั่นไม่ได้ทำให้เราลืมจะยื่นมือไปหาคิบอม มาถึงน้องอุค ที่เซ็นชื่อรออยู่ก่อนแล้ว เราก็เลยขอให้เขียนชื่อเราให้ด้วย เรียวอุค เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับถาม What your name? กว่าจะเขียนชื่อเราได้ ก็เขียนผิดซะหลายรอบจนสตาฟข้างหลังต้องบอก 55 แต่เพราะความเอ๋อของน้องอุค ทำให้เราได้โปสเตอร์มา 2 ใบ แล้วการ์ดมันก็เริ่มจะมาเรียกแล้วก็เราเป็นคนสุดท้ายในชุด 8 คน ที่ยังอยู่บนเวที คนอื่นเค้าลงกันไปนานละ เราเดินผ่านอีช้อยไปแบบ ไม่ได้มองเลยเหอะ ขอโทษทีนะ คือชั้นเริ่มเบื่อแกละ มาบ่อยเหลือเกิน ได้ข่าวว่าเมื่อเดือนที่แล้วเราก็เจอกัน 55 แล้วก็เดินมาตรงทงเฮ ซึ่งไม่รู้เป็นอะไร มาไทยครั้งนี้ทงเฮน่ารักมาก เล่นด้วยตลอด นี่ก็เป็นคนดีอีกแล้ว เงยหน้ามอง ยิ้ม พร้อมกับยื่นมือมาให้อย่างรู้หน้าที่ เราอยากจับมือซองมิน แต่น้องนั่งคนสุดท้าย มีการ์ดกะสตาฟยืนอยู่ตรงนั้น มันลำบากมากที่จะเข้าไปหาน้อง

เดินออกจากงานมีตแบบลอย ๆ ออกมาเจอกับน้องข้างนอก แล้วก็ไปหามุมยืนกันอีก เราก็หาตัวช่วยอีกตามเคย คราวนี้เรายืนฝั่งเดิม แต่คนที่นั่งด้านนี้ ทึกกี้นั่งคู่ทงเฮ ชีวอนนั่งคู่ฮยอกแจ ด้านหลังเป็นเรียวอุค ขำชีวอนที่ชโงกหน้าข้ามฮยอกแจมาดูแฟนคลับ ได้เห็นฮยอกแจส่งจูบ แล้วก็สตาฟข้างหลังเรียวอุคที่ใจดีมากมาย เปิดม่านด้านน้องให้ด้วย ขอบคุณจริง ๆ แล้วก็ตามกลับไปที่ รร. ไม่ไปไหนอีก จนกระทั่งเย็น ไปนวดกันที่ เฮลล์แลนด์ มีทึกกี้ ทงเฮ ฮยอกแจ ซองมิน เรียวอุค เราก็ได้เวลากลับบ้านซักที ส่งกันแค่นี้ละนะ ความรู้สึกตอนนั้น น้ำตาจะไหล จะไม่ได้เจอกันแล้ว อีกเมื่อไหร่ไม่รู้ที่จะเจอกันอีก นั่งรถกลับบ้านเงียบ ๆ นั่งคิดอะไรไปเรื่อย

แล้วเราคงจะได้เจอกันอีก ใช่มั้ย

2007/Jun/22

Title : BLUE

Author : By me

Rate : PG

.........ทำไมนะ ไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมมักจะช้าไปก้าวนึงเสมอ........

ทงเฮ กว่าผมจะขยับริมฝีปากเรียกคนตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือการ์ตูนเล่มโปรด นั่นก็ช้ากว่าใครบางคน

ทำอะไรอยู่ ตัวยุ่ง คิบอมที่ยิ้มจนตาหยี เอื้อมมือไปขยี้หัวที่เซ็ตเอาไว้ดิบดีจนยุ่งเป็นการทักทาย

เฮ้......คิบอม ผมยุ่งหมดแล้ว คนที่กำลังคร่ำเคร่งกับหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเอียงหัวหนีการแกล้งของคนตรงหน้า ทำหน้ามุ่ย แต่ก็มีเสียงหัวเราะใส ๆ ที่ใครก็มองออกว่าไม่ได้โกรธจริงจังอะไร แววตาที่ส่องประกายยินดีที่คนตรงหน้ากลับมา

อ่านอะไรอยู่.......หืม การ์ตูนอีกแล้ว คิบอมนั่งลงตรงที่ว่างข้างทงเฮ หยิบการ์ตูนจากมือคนหน้ายุ่งมาพลิก ๆ ดู

ก็มันสนุกนี่ ลองอ่านเอามั้ย ให้ยืม เจ้าของหนังสือการ์ตูนยิ้มอ้อนโชว์ฟันซี่เล็กที่เรียงอย่างมีระเบียบ

ไม่ละ แค่อ่านบทละครก็ไม่มีเวลา คิบอมปฏิเสธก่อนจะยกมือพาดบ่าคนข้างตัวชะโงกหน้าเข้าไปใกล้สายตาสื่อความหมายบางอย่างก่อนจะพูดต่อ ทำอะไรแล้ว เล่นเอาคนถูกโอบกลาย ๆ หน้าจับสีเลือด

อ้าว ซีวอน กลับมานานแล้วเหรอ คิบอมเงยหน้าขึ้นมาเห็นเพื่อนที่ยืนมองพวกเค้าอยู่จึงทักขึ้น

ก็...อืม....เอ่อ ไม่ใช่ เพิ่งมาหนะ ซีวอนเสมองไปทางอื่นพร้อมกับตอบ นี่ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ

ฮยอกแจ กับซองมิน อยู่ในห้อง ส่วนคยูฮยอนกับพี่ฮันฮยอก ออกไปข้างนอกกัน ทงเฮหันไปตอบคำถามเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

อ้าวแล้วพี่อีชอลไปไหนละ คิบอมหันไปถามคนข้างตัวด้วยความสงสัย เพราะปกติอีชอลไม่ค่อยออกไปไหนเวลานี้

พี่เค้าบอกว่าจะไปตลาดเห็นบ่น ๆ เรื่องอาหารอะไรนี่แหละ

คิบอมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะลุกขึ้น

จะไปไหนเหรอ ทงเฮเงยหน้ามองตามคิบอมพร้อมกับถามขึ้นมา

หิว จะไปหาอะไรกิน

ไปด้วย ไม่ต้องรอคำตอบทงเฮก็รีบวางหนังสือการ์ตูนที่มีกระดาษกั้นหน้าที่อ่านค้างเอาไว้บนเก้าอี้ก่อนจะวิ่งตามคิบอมออกไป

ซีวอนไปด้วยกันมั้ย คิบอมตะโกนถามจากหน้าประตู

ไปด้วยกันซิซีวอน ไปหลาย ๆ คนสนุกดี คนรักสนุกหันกลับมาชวนทั้งที่กำลังนั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยู่

ไม่ละ ไปกันเหอะ ซีวอนปฏิเสธ พร้อมกับเดินขึ้นข้างบน

ทงเฮหันไปยักไหล่กับคิบอม ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกัน โดยไม่รู้ว่าคนที่เห็นเดินขึ้นข้างบนไปเมื่อครู่เดินกลับลงมานั่งตรงที่ ๆ ทงเฮนั่ง มือเรียวหยิบหนังสือการ์ตูนที่เจ้าของวางทิ้งไว้ขึ้นมาดู สายตาที่มองหนังสือประหนึ่งว่ามองให้เห็นเข้าไปถึงหัวใจของเจ้าของ

แววตาอ่อนโยนชนิดที่ไม่มีใครเคยได้เห็นและได้รับจับจ้องไปที่รูปถ่ายของพวกเขาเมื่อครั้งออกซิงเกิลแรก จับจ้องอยู่แค่ใบหน้าของใครบางคน คนที่เขาไม่เคยจะเอื้อมไปได้ถึง

ทุกอย่างมันติดอยู่ที่คำว่า

เพื่อน

สำหรับเค้าที่มองผมเป็นแค่เพื่อนรัก

แต่ตัวผมกลับ รัก เพื่อนอย่างเขา

ผมยิ้มให้กับตัวเอง บางครั้งรอยยิ้มก็ไม่ได้มาพร้อมความสุขเสมอไป รอยยิ้มนี้ผมยิ้มเพื่อปลอบใจตัวเอง

**********************************************************

ทำไมนะ สายตาคู่นั้น ไม่เคยมองมาที่ผม เหมือนที่ผมคอยมองไปที่เขาเสมอ.......

สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงของเขามานานมาก นานจนกระทั่งรับรู้ได้ว่าเค้ากำลังเพียรพยายามสื่อความรู้สึกผ่านทางสายตาของเขาไปยังใครบางคน

ทงเฮ นั่งพิงหลังคิบอม หูทั้งสองข้างมีสายไอพอตเครื่องเล็กสีขาวที่ได้รับเป็นของขวัญจากคนที่ถูกพิง ปากก็ฮึมฮัมเพลงไปตามประสา ส่วนคนถูกพิงหลังก็ไม่มีบ่น นั่งท่องบทละครของตัวเองไป แม้จะถูกก่อกวนจากคนข้างตัวบ้างบางคราวแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายเพียงนอกจากทำให้เกิดเสียงหัวเราะสดใสจากคนหน้านิ่งไม่ก็เรียกรอยยิ้มจนตาหยีเป็นเอกลักษณ์

ผมนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกเศร้าในหัวใจ

หากบังเอิญสายตาเธอ จะผ่านมาที่ฉัน และเธอนั้นบังเอิญจะสนใจ

เพียงแค่ซีวอนจะหันกลับมาบ้างก็จะพบว่าผมยังคงมองไปที่เขาเสมอ นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมเริ่มรับรู้ความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาว่ามันเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก ทำหน้าที่ของมันไปอย่างช้า ๆ โดยที่ผมเองไม่ได้รู้สึกตัวเลย มารู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อรักไปแล้ว ไม่สามารถจะกลับไปยืน ณ จุดเดิมของความเป็น เพื่อน ได้อีกแล้ว

ซีวอนนั่งเหม่ออะไรอยู่ได้ เรียกตั้งนานยังไม่ได้ยินอีก คังอินโวยวายขึ้นทันทีเมื่อคนที่เค้าเรียกเป็นครั้งที่ 3 ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่เช่นเดิม

คนถูกเรียกหันมามองเป็นครั้งแรก ดวงตากลมโตมองมาทางคังอินด้วยแววตาสงสัย

เอ่อ........ขอโทษที กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ

ชั้นเรียกนายตั้ง 3 รอบยังไม่รู้สึกตัวอีก นี่นายฝันกลางวันอยู่หรือยังไง คังอินยังคงโวยวายต่อไป

มีเรื่องอะไรหรือเปล่าซีวอน พี่อีชอลนั่นเองที่เดินไปนั่งข้าง ๆ พร้อมกับถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ก็เปล่านี่ แล้วมีอะไรเหรอคังอิน ซีวอนเฉไฉหันไปถามคังอินแทนที่จะตอบคำถามอีชอลซึ่งทำหน้าสงสัยอยู่

แปลก นี่คือความคิดอีชอล ปกติซีวอนร่าเริงเสมอนี่นา

ฮันฮยอกก็อีกคน นี่ก็นั่งเหม่อมาซักพักแล้ว ชั้นเห็นมองอะไรอยู่นานแล้วนะ คราวนี้เป็นเสียงของลีดเดอร์ประจำวงนั่นเอง

........... เงียบไม่มีคำตอบใด ๆ จากคนที่กำลังถูกสงสัยอีกคน แถมจู่ ๆ ยังลุกขึ้นเดินหนีไปดื้อ ๆ ซะอีก

ไอ้พวกนี้นี่ มันเป็นอะไรกันนักหนา ไอ้คู่ไหนหวานมันก็หวานกันซะจนเหมือนโลกนี้มีแค่มันสองคน ส่วนไอ้คนอมทุกข์มันก็ดูจะทุกข์ทรมานซะยังกะโลกนี้มีแค่มันคนเดียว อีทึกได้แต่บ่นกระปอดกระแปดไปตามประสา

อีชอลที่ได้แต่มองตามคนที่เพิ่งจะลุกออกไปจากห้อง แล้วก็หันมามองดูอีกคนที่ตัวเองรู้สึกว่ามีอาการแปลก ๆ ใช่ แปลก มันแปลกกันทั้งสองคนนั่นแหละ ก็ได้แต่หวังว่าเรื่องที่เค้าคิดมันจะไม่เป็นอย่างนั้น พร้อมกับถอนหายใจออกมา

เอาละ ทุกคนมาพร้อมกันแล้วนะ วันนี้พวกเรามีถ่ายภาพนิ่งนอกสถานที่กัน แต่ว่าจะแยกออกเป็น 2 ทีมนะ อีทึกบอกรายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับงานที่ทราบมาจากผู้จัดการของพวกเขาให้ทุกคนได้รู้ พร้อมกับมองสบสายตากับทุกคนเพื่อยืนยันความเข้าใจและเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อ

สำหรับแต่ละทีมที่จะต้องไปด้วยกันนะ พี่จะบอกชื่อทีละทีมละกัน

กลุ่มแรก กลุ่ม T ไปด้วยกัน ที่เหลือก็คืออีกกลุ่มนึง หลังจบการแจ้งข่าวของหัวหน้าวงก็มีเสียงฮือฮาตามมาเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามกลุ่มที่ตัวเองต้องไปทำงาน

ไม่รู้เพราะอะไรนะ พวกเราจะต้องไปทำงานด้วยกัน ในขณะที่ทั้งผม และ เขา อยู่ในช่วงที่ไม่สามารถจะทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่ในเมื่อ The show must go on ยังไงงานก็คืองาน ดีเหมือนกัน ผมก็จะได้ใช้งานเนี่ยแหละทำให้ความว้าวุ่นในจิตใจของผมมันลดลง

ของบางอย่างแม้อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ก็ไม่มีทางจะเอื้อมไปถึง แต่กับบางสิ่งแม้จะไกลแสนไกลกันแค่ไหน กลับรู้สึกอุ่นใจได้เสมอ

หากบางทีสายตาเธอ เจอสิ่งที่ซ่อนไว้ ก็คงเพราะว่าใจเราตรงกัน

**********************************************

อ้างอิงเพลง ไม่บังเอิญ ของกุลณัฐ พรหมสถิตย์

ไม่รู้อะไรนักหนากับเพลงนี้นะ แต่ชอบจังเลย ชอบมาตั้งนานแล้ว เปิดฟังไม่ว่ากี่ครั้งก็ยังชอบอยู่ ก็เลยมาเป็นฟิควายเรื่องแรกในชีวิตของเราเรื่องนี้ขึ้นมา

ใครผ่านมาเจอ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ อาศัยอ่านของคนอื่นมานาน ลองแต่งเองดูบ้างจะเป็นยังไงนะ

น้อมรับคำติ - ชม ทุกประการค่ะ (ยิ้ม)

ขอบคุณค่า

-/\-



edit @ 2007/06/22 15:32:17

2007/Jun/18

เหอ เหอ ในที่สุดก็หายหัวไปจากบล็อคอีกแล้ว -_-"

ตอนแรกว่าจะมาอัพเรื่องไปตามเด็ก ๆ แต่ก็นะ บางเรื่องเก็บไว้ในลิ้นชักความทรงจำของตัวเองดีกว่า

ปีนี้ช่างเป็นปีแห่งการเสียตังค์เหลือเกิน เกาหลีบุกตั้งแต่ต้นปี จนบัดนี้ก็ยังคงกระจายอำนาจเข้ายึดพื้นที่หัวใจของใครหลายคน (รวมทั้งเรา)

มาลองไล่ ๆ กันดีกว่า

มกราคม กับมีตติ้งเอสเจ ปฏิทินหนึ่งอันซึ่งปกติจะซื้อมั้ย เหอะ เหอะ แต่พอรู้ข่าวว่าผู้ชายมาเท่านั้นแหละ ควักตังค์จ่ายแบบไม่ต้องคิดกันเลย ถ้าจะมาเล่าย้อนหลังก็นะ เอาเป็นว่าเราได้ลายเซ็นอีถึกมาไว้ในครอบครองละกัน ส่วนเมมโมรี่ในขณะนั้น ไม่เล่าดีกว่า 55

กุมภาพันธ์ คุณชายชีวอน มาถ่ายโฆษณาทเวลพลัส (ใช่หรือเปล่านะ ชักจะเบลอ ๆ ละ) งานนี้ไปที่ซี๊ดกับน้อง..........(หุ หุ เรารู้กันเนอะ) เห็นเพียงชั่วแว๊บ เดินเร็วประหนึ่งตามหาเมียทีเดียว -_-"

มีนาคม มีอะไรหรือเปล่า จำไม่ได้แล้วสำหรับเดือนนี้ อ้อ จำได้ละ K.R.Y ไง งานพัทยามิวสิคเฟสติวัล ที่เราไปกัน 3 ชีวิต หนุกหนาน เหนื่อย และอะไรอีกเยอะแยะ อ้อ มีอีก พารัน มาด้วย แล้วก็มีมีตติ้ง อันนี้โนคอมเม้นต์ เหอ เหอ และอีกวงรู้สึกจะเป็น SS501 ใช่มั้ย ? (ไม่แน่ใจละ) แต่เราไม่ได้ตาม ไม่ได้เจอ ไม่มีโมเม้นต์อะไรกับวงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้าก็หวังมากมายว่าจะได้เจอบ้างเหอะ แต่รู้สึกจะมาชนกับงานสัปดาห์หนังสือ ซึ่งทำให้เราได้รู้ข่าวดีจากงานนี้แหละ

เมษายน ชายยูลจาก goong มาเยือนเมืองไทย แถมเป็นทูตการท่องเที่ยวให้บ้านเราอีกต่างหาก แต่เสียใจด้วย มาช่วงสงกรานต์ ชั้นก็ไปเที่ยวเหมือนกัน

พฤษภาคม เหอ เหอ เดือนนี้ลั้นลากันมากมาย Battle เหอะ เหอะ ทริปแรกของการตามดาราของเราเอง K.R.Y ไม่นับละกัน ไม่เรียกว่าตาม แต่แบทเทิลนี่ของจริงเหอะ ตามรถตู้ มันส์มาก และก็ทำให้รู้สมรรถภาพของร่างกายตัวเอง เฮ้อ...ชั้นวิ่งไม่ไหวละ เหนื่อย หมดแรง แต่หลังจากงานนี้ไม่ได้กลับไปชั่งน้ำหนักตัวเองดูว่าลดไปบ้างหรือเปล่า คนไม่ชอบออกกำลังกายต้องมาวิ่งตามผู้ชาย อนาถตัวเองสุด ๆ 19 - 20 พ.ค. เราจะจำเอาไว้ 55 ข่าวว่ามันไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

มิถุนายน เรน คัมมิ่ง เหอ เหอ ไปดูมาละ คอนประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ชั้นรู้จักอยู่ 4 เพลง มายก๊อด สาวกเรน อย่าเพิ่งด่าเค้านะ ก็ไม่ใช่แฟนคลับเรน แต่อยากดูคอนเรน ไม่ผิดใช่มั้ย คอนเรนวันเสาร์ 2 มิ.ย. จบไป วันอาทิตย์ 3 มิ.ย. คุณชายชีวอนเสด็จมาถ่ายโฆษณาอเกน ในเมื่อคุณชายมาก็ต้องไปรับเสด็จเป็นธรรมดา ครั้งนี้ไปที่ โรงแรมดุสิต คุณชายมาพร้อมชุดดำ แว่นดำ แต่ออร่าเด้งเด่นได้ใจ แต่ที่เห็นจะได้ใจหลาย ๆ คน ผู้จัดการคู่ขา เหอะ เหอะ คู่หูเค้านั่นแหละ ส่วนอีกงาน ลี จุนกิ ความจริงเค้ามาไทยนานละ มาถ่ายละครหรือหนังไม่รู้ มาวันที่แบทเทิลมีคอนเสริต มีงานมีตติ้งแบบโอเพ่น ให้เราได้โลมเลียผู้ชายอีกแล้ว ก็ไปดูมา วันศุกร์ที่ 8 มิ.ย. ถ่ายดีวีดีด้วยฝีมือห่วย ๆ ของเราเอง ต่อด้วยวันที่ 10 มิ.ย. กับคอน พารัน อันนี้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหอะ น้องหาบัตรให้ ได้มางง ๆ ไปแบบงง ๆ แต่ก็สนุกละ งานนี้ถือกล้องคนเดียว มิยอน พารัน อยู่ในสต๊อกความทรงจำของเราอีกงาน

และก็ยังไม่ทันจะหมดเดือนมิ.ย. ก็ได้ข่าวอีกแล้ว (ทั้งที่พูดก่อนหน้านี้นะ เดือนหน้าอย่ามีใครมาอีกเลย) กรกฎาคม เอสเจ จะมาอีก ตอนที่ได้ข่าว เฮ้ย....มีเมียเมืองไทยกันเลยเหอะ รู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องกลับมันหรอกเกาหลีหนะ ย้ายมาอยู่ไทยกันดีมั้ย -_-" แล้วมีเหรอจะไม่ดิ้นรนหาบัตรเข้างาน วิธีการหลาย ๆ คนก็คงพอจะรู้ เหนื่อยกันอีกงาน แต่เหนื่อยแล้วสนุก เหนื่อยแต่ยิ้มออก ยอมเหนื่อยเหอะ

ไม่รู้จะอัพอะไรดีละ หลังจากทิ้งไปซะนาน ก็มาได้แค่นี้เอง เป็นคนเขียนไม่เก่ง เล่าไม่เก่ง เอาแค่นี้ก็พอนะ ใครจำอะไรได้ช่วงไหนก็มาช่วงกันเติม ๆ เอาละกัน

ขอบคุณค่า -/\-



edit @ 2007/06/18 16:03:55